สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

Published พฤษภาคม 23, 2012 by wanussanun

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

                ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไร ต่าง ๆก็สามารถทำได้ง่ายดาย โดยที่ทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น สามารถช่วยให้เราทำงานได้มากขึ้น ยังสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการโทรคมนาคม ด้านการท่องเที่ยว รวมไปถึงด้านการศึกษา

ในด้านการศึกษานั้น ได้มีเทคโนโลยีด้านการศึกษามากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่า จะเป็นสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน สื่ออินเตอร์เน็ตที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวีดีทัศน์ คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน รวมไปถึงอุปกรณ์การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และอินทราเน็ตสำหรับภายในองค์กรการศึกษา หรือ โรงเรียน สถานที่ต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน จึงทำให้เกิดสื่อมัลติมีเดียขึ้นมามายมากในปัจจุบัน

สื่อมัลติมีเดีย

สื่อมัลติมีเดีย  แปลความหมายได้หลายอย่าง  หากพิจารณาคำว่า Multimedia  ตามพจนานุกรมศัพท์คอมพิวเตอร์ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  แปลว่า สื่อประสมหรือสื่อหลายแบบ  ซึ่งหมายถึง การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อร่วมกันนำเสนอข้อมูลเป็นหลัก  โดยเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากเทคนิคการนำเสนอ เช่น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบนจอภาพคอมพิวเตอร์หรือบนจอรับภาพในรูปแบบอื่น ๆ

คำศัพท์เฉพาะมีหลายคำที่ใช้ร่วมกับมัลติมีเดีย เช่นการนำเสนอด้วยระบบมัลติมีเดีย (Multimedia  Presentation)  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยระบบมัลติมีเดีย (Multimedia  CAI) และคอมพิวเตอร์ระบบมัลติมีเดีย (Multimedia  computer  systems)  หากพิจารณาการใช้คำศัพท์เหล่านี้  จะพบว่ามัลติมีเดียนั้นได้รวมเอาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ด้วยกัน  จะเน้นส่วนไหนมากน้อยกว่ากัน  ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้  การนำเสนอด้วยระบบมัลติมีเดียเน้นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหลากหลายรูปแบบ  ซึ่งเป็นการมองภาพของการนำเสนอมากกว่ากระบวนการ  และอุปกรณ์ในการสร้างงานคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยระบบมัลติมีเดีย  หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย  จะให้ภาพทัศน์คล้าย ๆ กับการนำเสนอด้วยระบบมัลติมีเดีย

ความเป็นมาของสื่อมัลติมีเดีย

สื่อมัลติมีเดียเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะได้นำมาใช้ในการฝึกอบรมและให้ความบันเทิง ส่วนในวงการศึกษามัลติมีเดียได้นำมาใช้เพื่อการเรียนการสอนในลักษณะแผ่นซีดีรอม หรืออาจใช้ในลักษณะห้องปฏิบัติการมัลติมีเดียโดยเฉพาะก็ได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า มัลติมีเดียจะกลายมาเป็นเครื่องมือที่สำคัญทางการศึกษาในอนาคต ทั้งนี้เพราะว่ามัลติมีเดียสามารถที่จะนำเสนอได้ทั้งเสียง ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว ดนตรี กราฟิก ภาพถ่ายวัสดุตีพิมพ์ ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ประกอบกับสามารถที่จะจำลองภาพของการเรียนการสอนที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองแบบเชิงรุก (Active Learining)

สื่อมัลติมีเดียเริ่มต้นในราว ๆ ต้นปี พ.ศ. 2534 พร้อมๆ กับการใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 3.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้สำหรับเครื่องพีซี (PC) และเป็นระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า กราฟิกยูซเซอร์อิเทอร์เฟท (Graphic User Interface) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า GUI สำหรับ GUI เป็นอินเทอร์เฟทที่สามารถแสดงได้ทั้งข้อความ (Text) และกราฟิก (Graphic) ซึ่งง่ายต่อการใช้งานต่อมาในราว ๆ ต้นปี พ.ศ.2535 บริษัทไมโครซอฟต์ด้พัฒนาโปรแกรมมัลติมีเดียเวอร์ชั่น 1.0 ที่ใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 3.0 ทำให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์มีศักยภาพเพิ่มขึ้นในเรื่องของภาพและเสียง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรฐานมัลติมีเดียที่เรียกว่า มาตรฐานเอ็มพีซี (MPC : Multimedia Personal Computer) ซึ่งมาตรฐานนี้จะเป็นสิ่งกำหนดระบบพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับมัลติมีเดียวที่เล่นบนระบบ ปฏิบัติการวินโดวส์

การเริ่มนำเอาวินโดวส์ 3.1 เข้ามาแทนวินโดวส์ 3.0 ในราว ๆ ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2536 ทำให้การใช้มัลติมีเดียกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมีศักยภาพในการเล่นไฟล์เสียง (Wave) ไฟล์มีดี (MIDI) ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว (Animation) และภาพยนตร์จากแผ่นซีดีรอม (CD-ROM) จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมัลติมีเดียที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีจนถึงปัจจุบัน

องค์ประกอบของสื่อมัลติมีเดีย

มัลติมีเดียสามารถจำแนกองค์ประกอบของสื่อต่างๆ ได้เป็น 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้อความหรือตัวอักษร(Text) ภาพนิ่ง (Still Image) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และภาพวิดีโอ (Video) แล้วนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อใช้สำหรับการปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบ (Interaction) ระหว่าง คอมพิวเตอร์กับผู้ใช้ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ใช้สามารถเลือกกระทำต่อมัลติมีเดียได้ตามต้องการ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ได้ทำการเลือกรายการและตอบคำถามผ่านทางจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์ก็จำทำการประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ย้อนกลับผ่านทางจอภาพให้ผู้ใช้เป็น อีกครั้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและรูปแบบที่จะนำมาประยุกต์ใช้งาน ตัวอย่างเช่น การสร้างปุ่มเมนูหรือข้อความที่มีสีแตกต่างจากข้อความปกติ เมื่อผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับส่วนนี้ ระบบก็จะเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้ง ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงหรือวิดีโอ ตามที่ได้มีการออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น จึงถือได้ว่า การปฏิสัมพันธ์ในมัลติมีเดียเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ สำหรับหัวข้อย่อยของเนื้อหาส่วนนี้ ประกอบด้วย

1. ข้อความหรือตัวอักษร (Text)

2. ภาพนิ่ง (Still Image)

3. ภาพเคลื่อนไหว (Animation)

4. เสียง (Sound)

5. ภาพวิดีโอ (Video)

 

รูปแบบของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

สื่อมัลติมีเดีย เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยผู้ออกแบบ หรือกลุ่มผู้ผลิตโปรแกรม ได้บูรณาการเอาข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง วิดีโอ และข้อความ เข้าไปเป็นองค์ประกอบเพื่อการสื่อสาร และการให้ประสบการณ์ เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพนั่นเอง บทบาทของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษามี 2 ประเภทดังนี้

1. สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอข้อมูล

เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบ เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา โดยใช้คอมพิวเตอร์ร่วมเป็นฐานในการนำเสนอข้อมูลด้วย เช่น ควบคุมการเสนอภาพสไลด์มัลติวิชั่น ควบคุมการนำเสนอในรูปแบบของวิดีโอเชิงโต้ตอบ (Interactive Video) และเครื่องเล่นซีดี-รอม ให้เสนอภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ตามเนื้อหาบทเรียนที่ปรากฏอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปการสื่อสารทางเดียว

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอข้อมูล

1. เป็นลักษณะการสื่อสารแบบทางเดียว

2. ผู้รับข้อมูลมักจะเป็นกลุ่มย่อย จนถึงกลุ่มใหญ่

3. มีวัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อเน้นความรู้และทัศนคติ เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพ

4. เน้นโครงสร้างและรูปแบบการให้ข้อมูลเป็นขั้นตอน ไม่เน้นการตรวจสอบความรู้ของผู้รับข้อมูล

5. โปรแกรมส่วนมากจะควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือผู้นำเสนอ

2. สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานในการผลิตแฟ้มสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน และนำเสนอแฟ้มที่ผลิตแล้วแก่ผู้ศึกษา ผู้ศึกษาก็เพียงแต่เปิดแฟ้มเพื่อเรียน หรือใช้งาน ตามที่โปรแกรมสำเร็จรูปกำหนดไว้ ก็จะได้เนื้อหาลักษณะต่าง ๆ อย่างครบถ้วน โดยการนำเสนอข้อมูลของสื่อมัลติมีเดียนี้ จะเป็นไปในลักษณะสื่อมัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive)

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

1. เป็นลักษณะการสื่อสารแบบสองทาง

2. ผู้รับข้อมูลใช้เรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเรียนเป็นกลุ่มย่อย 2-3 คน

3. มีวัตถุประสงค์ทั่วไป และวัตถุประสงค์เฉพาะ โดยครอบคลุมทักษะความรู้ ความจำ ความเข้าใจ และเจตคติ ส่วนจะเน้นอย่างใดมากน้อย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และโครงสร้างเนื้อหา

4. รูปแบบการสอนจะเน้นการออกแบบสอน การมีปฏิสัมพันธ์ การตรวจสอบความรู้ โดยประยุกต์ทฤษฎีจิตวิทยา และทฤษฎีการเรียนรู้เป็นหลัก

5. โปรแกรมได้รับการออกแบบให้ผู้เรียน เป็นผู้ควบคุมกิจกรรมการเรียนทั้งหมด

6. การตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อ นับเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องกระทำ

การนำสื่อมัลติมีเดียไปใช้ในการสอน

1. คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนำเสนอบทเรียน (Computer Multimedia Presentation) โดยผู้สอนเป็นผู้ใช้อย่างเดียวในการนำเสนอเนื้อหาของบทเรียนพร้อมประกอบด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียงประกอบรวมทั้งมีการอธิบายโดยผู้สอนในรายละเอียดของเนื้อหา

2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction) ส่วนใหญ่มักจะจัดทำเน้นไปทางการเรียนด้วยตนเองมากโดยผู้เรียนเป็นคนใช้โดยออกแบบวิธีการเสนอเนื้อหาบทเรียน (Instructional (Design) ให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ใช้เทคนิคของการเสริมแรง (Reinforcement) และหลักการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) และหลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้โดยเฉพาะกระบวนการของจิตวิทยา Cognitive psychology ที่เน้นกระบวนการคิดและใช้วิธีการวิเคราะห์การเรียนรู้ข่าวสารของมนุษย์นำมาใช้ประกอบกันอย่างเป็นระบบ(System)

3. หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Textbook) เป็นการจัดทำเนื้อหาในตำราและหนังสือเรียนให้อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยมีรายละเอียดด้านเนื้อหารูปภาพเหมือนหนังสือทั่วไป โดยอาจมีภาพเคลื่อนไหว และเสียงรวมทั้ง ไฮเปอร์เท็กซ์เข้ามาประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้มีสีสันรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น

4. หนังสืออ้างอิงอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Reference) เป็นการจัดทำหนังสืออ้างอิงประเภทต่าง ๆ เช่น เอ็นไซโคลพีเดีย,ดิกชันนารี,นามานุกรม,วารสารที่ออกเป็นชุด ฯลฯ ให้อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์มัลติมีเดีย โดยมีรายละเอียดการจัดทำเหมือนกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

การประยุกต์ใช้สื่อมัลติมีเดียทางการเรียนการสอน

การนำเอาสื่อมัลติมีเดียมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาเพื่อให้เกิดผลทางการเรียนการสอนไม่ว่าจะใช้สื่อมัลติมีเดีย รูปแบบใดก็ตาม มีแนวทางในการประยุกต์ใช้ตามขั้นตาม การสอนทั่วไปดังนี้

1. การนำเสนอเนื้อหา (Content presentation) ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ และขั้นตอนต่าง ๆ กัน

2. การชี้แนะผู้เรียน (student guidance) โดยผู้เรียนไม่สามารถเปิดดูเนื้อหาที่อยู่ในคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียทางการศึกษาได้ทันทีเหมือนหนังสือจึงจำเป็นต้องมีระบบนำร่อง (Navigation System) ควบคู่กับการชี้แนะเนื้อหาหรือวิธีเรียนของผู้เรียนเพื่อป้องกันผู้เรียนหลงทาง

3. การฝึกฝนโดยผู้เรียน (Student practice) เป็นจุดเด่นของสื่อการศึกษาชนิดนี้ เพราะสามารถ กำหนดกิจกรรมและกำหนดสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกฝนตนเองได้ตามความสะดวกและสามารถทำซ้ำ ๆ กันได้โดยไม่จำกัดเหมือนกับการฝึกฝนกับผู้สอนโดยตรง

4. การประเมินผลการเรียนรู้ (Learming evaluation) ขั้นตอนนี้เป็นจุดเด่นของคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เพราะผู้เรียนสามารถประเมินผลการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ถ้าผลออกมาไม่น่าพอใจสามารถเรียนซ้ำและประเมินผลอีกได้โดยไม่กระทบกระเทือนผู้สอน

ประโยชน์ของมัลติมีเดียทางการเรียนการสอน

1. เทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบบทเรียน ตอบสนองต่อแนวคิด และทฤษฎีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดียว่า สามารถช่วยเสริมการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นได้

2. สื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอม ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก และสามารถทำสำเนาได้ง่าย

3. สื่อมัลติมีเดียเป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความต้องการ และความสะดวกของตนเอง สามารถสร้างสถานการณ์จำลอง จำลองประสบการณ์ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

4. ในปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน (Authoring Tools) ที่ง่ายต่อการใช้งานทำให้บุคคลที่สนใจทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้

5. ผู้สอนสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อสอนเนื้อหาใหม่ เพื่อการฝึกฝน เพื่อเสนอสถานการณ์จำลอง และเพื่อสอนการคิดแก้ปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นประการสำคัญ รูปแบบต่างๆ ดังกล่าวนี้จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ และรูปแบบการคิดหาคำตอบ

6. สื่อมัลติมีเดียช่วยสนับสนุนให้มีสถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเรียน เท่านั้น ผู้เรียนอาจเรียนรู้ที่บ้าน ที่ห้องสมุด หรือภายใต้สภาพแวดล้อมอื่นๆ ตามเวลาที่ ตนเองต้องการ

7. เทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดีย สนับสนุนให้เราสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียกับผู้เรียนได้ ทุกระดับอายุ และความรู้ หลักสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนเท่านั้น

8. สื่อมัลติมีเดียที่มีคุณภาพ นอกจากจะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนของโรงเรียน หรือหน่วยงานแล้ว ความก้าวหน้าของระบบครือข่าย ยังช่วยส่งเสริมให้การใช้สื่อมัลติมีเดียเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาอื่นๆ อีกด้วย

สรุป

ปัจจุบัน   สื่อมัลติมีเดียบนเว็บและสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอมกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  การออกแบบสื่อมัลติมีเดียมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน  เช่น  หากออกแบบเพื่อการเรียนการสอน  เราเรียกว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  หรือ  Computer – Assisted  Instruction ( CAI) สื่อมัลติมีเดียไม่จำเป็นต้องเป็น CAI เสมอไป  ข้อมูลต่าง ๆ ที่เราสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตซึ่งมีภาพและเสียงก็ถือเป็นสื่อมัลติมีเดีย  ในช่วง  5  ปีที่ผ่านมา  สถาบันการศึกษาเกือบทุกระดับได้เล็งเห็นความสำคัญของสื่อมัลติมีเดีย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  CAI แต่เนื่องจากสื่อมัลติมีเดียที่จำหน่ายมีราคาค่อนข้างแพงและไม่ค่อยสอดคล้องกับของหลักสูตร  การลงทุนจึงไม่ค่อยได้ผลเต็มที่  สถาบันการศึกษาหลายแห่งแก้ปัญหาด้วยการผลิตสื่อมัลติมีเดียเอง ซึ่งแม้จะเป็นทางออกที่ดี  แต่ในเชิงปฏิบัติมีอุปสรรคมากพอสมควร  แนวคิดในการแก้ปัญหานี้น่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในการผลิตขององค์กรเอกชน  และขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้หน่วยงานหลักที่ดูแลด้านการศึกษาของประเทศ  จัดระบบการผลิตที่เต็มรูปแบบและต่อเนื่องอีกทางหนึ่งได้

Advertisements

สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

Published พฤษภาคม 23, 2012 by wanussanun

ชื่อเรื่อง  :  สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

ผู้แต่ง     :   สุรศักดิ์  ปาเฮ

ผู้จัดพิมพ์  :   ห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่ไทยอุตสาหการพิมพ์

ปีที่พิมพ์    :   2553

จำนวนหน้า :    566   หน้า

เลขเรียกหนังสือ  :  987-616-90752-0-2

 

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

                สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน  คือ  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบเพื่อใช้ในการเรียนการสอน  โดยผู้ออกแบบได้บูรณาการเอาข้อมูลรูปแบบต่างๆเข้าไปเป็นองคืประกอบเพื่อการสื่อสารและการให้ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ  การออกแบบสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอนช่วยส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนให้มีคุณภาพด้วยเหตุผลดังนี้

  1. เทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบตอบสนองต่อทฤษฎีการเรียนรู้มากขึ้น
  2. สื่อมัลติมีเดียสามารถเก็บไว้ได้ในหลายรูปแบบ  ซึ่งใช้ง่ายเก็บรักษาง่ายพกพาได้สะดวก
  3. เป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ
  4. ปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียนที่ง่ายต่อการรใช้งานบุคคลทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนจากสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้
  5. ผู้สอนสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียสอนเนื้อหาใหม่เพื่อการฝึกฝน  สอนการคิดแก้ปัญหา
  6. สื่อมัลติมีเดียช่วยสนับสนุนให้มีสถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงแต่ในห้องเรียนเท่านั้น
  7. สื่อมัลติมีเดียสนับสนุนให้สามารถใช้สื่อกับผู้เรียนได้ทุกระดับอายุและความรู้
  8. สื่อมัลติมีเดียที่มีคุณภาพนอกจากจะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนของโรงเรียน  ความก้านหน้าของระบบเครื่อข่ายยังช่ยเสริมให้การใช้สื่อมัลติมีเดียเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาอื่นด้วย

 

ศัพท์ดรรชนี :  สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาววนัสนันท์  ยศน้อย

สรุปสาระสังเขป

Published พฤษภาคม 22, 2012 by wanussanun

นวัตกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศ

                นวัตกรรม หมายถึง ความคิดหรือการกระทำใหม่ ๆ ที่นำมาใช้แก้ปัญหาในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ส่วน นวัตกรรมทางการศึกษา  หมายถึง การนำเอาความคิดหรือวิธีปฏิบัติทางการศึกษาใหม่ ๆ มาใช้กับการศึกษา

                นวัตกรรมมีความสำคัญ  คือ นวัตกรรมออกแบบโดยเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย  ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้รวดเร็ว  ส่งเสริมให้ครูผู้สอนและผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์

คุณลักษณะของนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

เป็นสิ่งใหม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งหมด เป็นสิ่งที่ใหม่เพียงบางส่วน เป็นสิ่งใหม่ที่ยังอยู่ในกระบวนการทดลอง   เป็นสิ่งใหม่ที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้บ้างแล้วแต่ยังไม่แพร่หลายและเป็นสิ่งที่เคยปฏิบัติมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากขาดปัจจัยสนับสนุนต่อมาได้นำมาปรับปรุงใหม่ทดลองใช้และเผยแพร่จัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมได้

ประเภทของนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

               1. นวัตกรรมประเภทผลิตภัณฑ์หรือสิ่งประดิษฐ์

               2.  นวัตกรรมประเภทรูปแบบ / เทคนิค / วิธีการสอน

ประโยชน์ของนวัตกรรมการเรียนการสอน  ได้แก่ อำนวยความสะดวกให้ครูสอนเนื้อหาให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น  ร่นเวลาการสอนให้สั้นลง  ทำเรื่องที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม   เร้าความสนใจ ไม่เบื่อและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน

มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

“มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้”  เป็นโปรแกรมมัลติมีเดียที่พัฒนาในรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งนำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ยังมีความสำคัญ คือ  สร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ช่วยให้เกิดการจดจำ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้

บทบาทของครูในการประยุกต์ไอซีทีในการเรียนการสอน

การนำไอซีทีมาใช้ในการศึกษา ทำให้บทบาทของครูเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากการเป็นผู้สอนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดมาเป็นผู้สร้าง  ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูง  ส่งเสริมความสามารถในการใช้สารสนเทศ และปลูกฝังการทำงานและการปฏิบัติงานร่วมกันของนักเรียน  สิ่งเหล่านี้มีความเป็นไปได้เมื่อมีการใช้ไอซีทีในการเรียนการสอน เช่น ใช้คอมพิวเตอร์รวมทั้งเครื่องมือไอซีทีที่เกี่ยวข้องสำหรับการเรียนการสอน  ประยุกต์หลักการเรียนการสอน  การวิจัยที่ทันสมัย  และการประเมินที่เหมาะสมกับการใช้ไอซีที   สร้างการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิผล  ค้นหาแหล่งทรัพยากรในอินเตอร์เน็ต  สร้างมัลติมีเดียสนับสนุนการเรียนการสอน  แสดงความรู้ด้านจริยธรรมและความเสมอภาคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  ติดตามความก้าวหน้าของการใช้เทคโนโลยีการศึกษา

บทบาทของครูในการประยุกต์ไอซีทีในการเรียนการสอน

Published พฤษภาคม 12, 2012 by wanussanun

ชื่อเรื่อง  :  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน

ผู้แต่ง     :   บุปผชาติ  ทัฬหิกรณ์

ผู้จัดพิมพ์  :   โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ปีที่พิมพ์    :   2551

จำนวนหน้า :    144  หน้า

เลขเรียกหนังสือ  :  978-974-383-695-4

 

บทบาทของครูในการประยุกต์ไอซีทีในการเรียนการสอน

การนำไอซีทีมาใช้ในการศึกษา ทำให้บทบาทของครูเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากการเป็นผู้สอนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดมาเป็นผู้สร้าง  ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูง  ส่งเสริมความสามารถในการใช้สารสนเทศ และปลูกฝังการทำงานและการปฏิบัติงานร่วมกันของนักเรียน  สิ่งเหล่านี้มีความเป็นไปได้เมื่อมีการใช้ไอซีทีในการเรียนการสอน

ครูยุคใหม่

จะต้องเป็นครูที่

1.  เป็นผู้ช่วยเหลือผู้เรียนในการตัดสินใจเกี่ยวกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและสารสนเทศ

2.  เปิดใจกว้างและวิพากษ์ความคิดอย่างมืออาชีพ

3.  ให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือร้น และเป็นผู้ประสานงาน

4เป็นสื่อกลางระหว่างผู้เรียนกับสิ่งที่ผู้เรียนต้องการเรียนรู้

                สมรรถนะใหม่ของครู

1.  ความสามารถในการสร้างสรรค์

2.  ความยืดหยุ่นในการเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้

3.  ตรรกะในการมอบหมายงาน  การเลือกแหล่งศึกษา  และการจัดกลุ่มนักเรียน

4.  ทักษะในการทำโครงงาน  ทักษะในการบริหารและจัดการ  ทักษะในการร่วมมือกัน

ทักษะไอซีทีใหม่

1.  ใช้คอมพิวเตอร์เป็นและซอฟแวร์พื้นฐานในการประมวลผลคำ ใช้ตารางคำนวณ อีเมล์ได้

2.  ประเมินค่าและใช้คอมพิวเตอร์รวมทั้งเครื่องมือไอซีทีที่เกี่ยวข้องสำหรับการเรียนการสอน

3.  ประยุกต์หลักการเรียนการสอน  การวิจัยที่ทันสมัย  และการประเมินที่เหมาะสมกับการใช้ไอซีที

4.  ประเมินคุณค่าของซอฟแวร์ที่ใช้ในการศึกษา

5.  สร้างการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิผล

6.  ค้นหาแหล่งทรัพยากรในอินเตอร์เน็ต

7.  บูรณาการเครื่องมือไอซีทีในกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนในวิชาต่างๆ

8.  สร้างมัลติมีเดียสนับสนุนการเรียนการสอน

9.  สร้างเอกสารไฮเปอร์เท็กซ์สนับสนุนการเรียนการสอน

10.  แสดงความรู้ด้านจริยธรรมและความเสมอภาคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

11.  ติดตามความก้าวหน้าของการใช้เทคโนโลยีการศึกษา

 

ศัพท์ดรรชนี :  ครูยุคใหม่  สมรรถนะใหม่ของครู  ทักษะไอซีทีใหม่

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาววนัสนันท์  ยศน้อย

 

มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

Published พฤษภาคม 12, 2012 by wanussanun

ชื่อเรื่อง  :  การออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

ผู้แต่ง     :   ณัฐกร  สงคราม

ผู้จัดพิมพ์  :   ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์    :   2553

จำนวนหน้า :    163  หน้า

เลขเรียกหนังสือ  :  978-974-03-2662-5

 

มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

ความหมายของมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

“มัลติมีเดีย”  ที่หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์ผสมผสานรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อก่อให้เกิดการรับรู้ที่หลากหลายต่อกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นข้อความ ภาพ การได้ยินเสียง หรือแม้กระทั่งความสมารถในการโต้ตอบกับสื่อ ทำให้มัลติมีเดียถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนอย่างแพร่หลาย ทั้งในลักษณะสื่อประกอบการบรรยายของผู้สอนในชั้นเรียน และสื่อสำหรับผู้เรียนนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

“มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้”  นักการศึกษามักจะให้ความหมายว่า เป็นโปรแกรมมัลติมีเดียที่พัฒนาในรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งนำเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ความสำคัญของมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้เป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนที่มีลักษณะการบูรณาการสื่อสารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สามารถนำเสนอเนื้อหาได้ลึกซึ่งกว่าการบรรยายแบบปกติ มัลติมีเดียกลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเรียนการสอนในปัจจุบันและอนาคต ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนดังนี้

1.  สร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ โดยการใช้เทคนิคการนำเสนอที่หลากหลาย สามารถดึงดูดและคงความสนใจของผู้เรียน ช่วยให้เกิดการจดจำ

2.  ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดี ขยาดสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมขึ้น

3.  มีการออกแบบการใช้งานที่ง่าย

4.  การได้โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน มีโอกาสเลือก ตัดสินใจและได้รับการเสริมแรงจากการได้ข้อมูลกลับทันที

5.  ส่งเสริมให้ผู้เรียนฝึกความรับผิดชอบต่อตนเอง

6.  การที่สามารถทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ทันที เป็นการท้าทายผู้เรียนและเสริมแรงให้อยากเรียนต่อ

7.  ประหยัดกำลังคน เวลา และงบประมาณ ทำให้ครูมีเวลามากขึ้นในการช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหา

8. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง ลดช่องว่างระหว่างผู้เรียนในเมืองและชนบท

 

ศัพท์ดรรชนี :  มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาววนัสนันท์  ยศน้อย

ลักษณะ และ ประโยชน์ของนวัตกรรมการเรียนการสอน

Published พฤษภาคม 12, 2012 by wanussanun

ชื่อเรื่อง  :  คู่มือ การจัดทำสื่อ นวัตกรรม และแผนฯ ประกอบสื่อนวัตกรรม

ผู้แต่ง     :   สำลี  รักสุทธี

ผู้จัดพิมพ์  :   สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา

ปีที่พิมพ์    :   2553

จำนวนหน้า :    180  หน้า

เลขเรียกหนังสือ  :  –

 

ลักษณะและประโยชน์ของนวัตกรรมการเรียนการสอน

ลักษณะของนวัตกรรมการเรียนการสอนที่ดี

นวัตกรรมการเรียนการสอนที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

1.  มีลักษณะแปลกใหม่ ยังไม่เคยมีใครประดิษฐ์คิดค้นมาก่อน

2.  มีความทันสมัย และล้ำสมัย เพราะคิดค้นขึ้นมาใหม่

3.  มีคุณภาพ สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามเป้าหมาย

4.  มีคุณค่าต่อวงการศึกษา

5.  สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง

6.  จัดทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

7.  ไม่ใช้วัสดุราคาแพง แต่ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น

8.  มีความสะดวก ใช้ง่าย ไม่สลับซับซ้อน

9.  มีลักษณะคงทน

10.  สามารถจัดเก็บได้ง่าย

11.  มีลักษณะสอดคล้อง คือสอดคล้องกับเนื้อหาหรือเรื่องที่ต้องการแก้ไข

12.  เป็นสื่อมีชีวิต ไม่ตาย มีลักษณะเคลื่อนไหว กระตุ้นและเร้าความสนใจได้จริง

ประโยชน์ของนวัตกรรมการเรียนการสอน

นวัตกรรมการเรียนการสอนมีประโยชน์ดังนี้

1.  เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้ครูสอนเนื้อหาให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น

2.  เป็นเครื่องช่วยร่นเวลาการสอนให้สั้นลง

3.  ช่วยให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น

4.  ช่วยทำเรื่องที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม

5.  ช่วยทำเรื่องยากให้เป็นง่าย

6.  ช่วยกระตุ้น และเร้าความสนใจให้กับนักเรียนมากขึ้น

7.  ช่วยให้การเรียนเนื้อหาง่ายขึ้น

8.  นักเรียนประสบความสำเร็จจากการเรียนมากขึ้น

9.  ช่วยให้นักเรียนไม่เบื่อในการเรียน

10.  ช่วยให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน

11.  เป็นเครื่องยืนยันถึงการพัฒนาตนเองของครู

12.  เป็นเกราะกำบังตนเองของครูได้อย่างดี

13.  เป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพของครูได้เป็นอย่างดี

 

ศัพท์ดรรชนี :  ลักษณะของนวัตกรรม ประโยชน์ของนวัตกรรม

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาววนัสนันท์  ยศน้อย

 

นวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

Published พฤษภาคม 12, 2012 by wanussanun

ชื่อเรื่อง  :  นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน

ผู้แต่ง     :   สุคนธ์  สินธนานนท์

ผู้จัดพิมพ์  :   ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์    :   2551

จำนวนหน้า :    200 หน้า

เลขเรียกหนังสือ  :  978-974-10-6822-77

 

นวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

คุณลักษณะของนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

นวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน ความมีคุณลักษณะซึ่งพอสรุปได้ดังต่อไปนี้

1.  เป็นสิ่งใหม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งหมด เช่น วิธีสอนใหม่ ๆ สื่อการสอนใหม่

2.  เป็นสิ่งที่ใหม่เพียงบางส่วน เช่น มีการผลิตชุดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ แต่ยังคงมีรูปแบบเดิมเป็นหลักอยู่

3.  เป็นสิ่งใหม่ที่ยังอยู่ในกระบวนการทดลองว่าจะมีประสิทธิภาพในการนำไปใช้มากน้อยเพียงไร

4.  เป็นสิ่งใหม่ที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้บ้างแล้วแต่ยังไม่แพร่หลาย

5.  เป็นสิ่งที่เคยปฏิบัติมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากขาดปัจจัยสนับสนุนต่อมาได้นำมาปรับปรุงใหม่ทดลองใช้และเผยแพร่จัดได้ว่าเป็นนวัตกรรมได้

ประเภทของนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอน

                พิชิต  ฤทธิ์จรูญ (2550 : 3)  ได้กล่าวถึงนวัตกรรมทางด้านการเรียนการสอนว่า นวัตกรรมที่ผลิตออกมาทางด้านการเรียนการสอนมีจำนวนมากแต่สามารถจำแนกประเภทได้ดังนี้

1.  นวัตกรรมประเภทผลิตภัณฑ์หรือสิ่งประดิษฐ์

นวัตกรรมประเภทนี้มีลักษณะเป็นสื่อที่ช่วยในการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความเข้าใจกระจ่างชัดเจนในเรื่องที่เรียน นวัตกรรมประเภทนี้ได้แก่

  • ชุดการเรียน / ชุดการสอน / ชุดการเรียนการสอน
  • แบบฝึกทักษะ / ชุดการฝึก / ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้
  • บทเรียนสำเร็จรูปแบบสื่อผสม / บทเรียนโปรแกรม
  • เกม
  • การ์ตูน
  • นิทาน
  • เอกสารประกอบการเรียนรู้ / เอกสารประกอบการเรียนการสอน / เอกสารประกอบการสอน

2.  นวัตกรรมประเภทรูปแบบ / เทคนิค / วิธีการสอน

นวัตกรรมประเภทนี้เป็นการใช้วิธีการสอนหรือเทคนิคการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ที่นักการศึกษาได้คิดค้นเพื่อการพัฒนาการด้านการเรียนรู้ให้แก้ผู้เรียนทั้งในด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ และเจตคติ ได้แก่

  • วิธีการสอนคิด
  • วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
  • CIPPA MODEL
  • วัฏจักรการเรียนรู้ 4 MAT
  • วิธีสอนตามแนวพุทธวิถี
  • วิธีสอนแบบบูรณาการ
  • วิธีสอนโครงงาน
  • วิธีสอนโดยการตั้งคำถาม
  • Constructivism

นอกจากนี้มีนวัตกรรมประเภทเสริมสร้างคุณลักษณะของผู้เรียน ด้านจิตพิสัย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ (2539 : 3-11)  สรุปว่าการพัฒนาจิตพิสัยในการเรียนการสอนที่จำเป็น ได้แก่ ความมีวินัย ความซื่อสัตย์  ความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ การบริโภคด้วยปัญญาในวิถีไทย

 

ศัพท์ดรรชนี :  คุณลักษณะของนวัตกรรม ประเภทของนวัตกรรม

ผู้เขียนสาระสังเขป : นางสาววนัสนันท์  ยศน้อย